DSC_0615

หัวใจสำคัญของการเป็นมุสลิมที่ดี คือซึมซับและเข้าใจในพระคัมภีร์อัลกุรอาน ทว่าการจะเข้าถึงความหมายเหล่านั้นได้ ต้องเรียนรู้อักษรอาหรับเสียก่อน

ณ มัสยิดวะห์ดาตุลวาตอนียะห์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ มัสยิดบ้านกรือซอ มีการเรียนการสอนภาษาอาหรับหลักสูตรกีรออาตี โดยที่นี่มีความโดดเด่นคือใช้ระบบพี่สอนน้อง

อริฟ หะนีแร ครูสอนกีรออาตีมัสยิดบ้าน กรือซอ เท้าความให้ฟังว่า ห้องเรียนกีรออาตีที่นี่เริ่มต้นเมื่อ 2545 โดยมี อันวาร์ สะมะแอ แกนนำเยาวชนได้ชักชวนน้องๆ 4-5 คนมาเรียน ซึ่งอริฟก็เป็นนักเรียนรุ่นแรกด้วย ช่วงที่เรียนนั้น กีรออาตียังใหม่ ไม่แพร่หลายเหมือนทุกวันนี้ แต่ความน่าสนใจตรงความง่ายของการเรียน คืออ่านตามตัวสะกด ตามไวยากรณ์ แทนที่จะเรียนตามปากของผู้สอน ทำให้เด็กสามารถอ่านได้รวดเร็วขึ้น

หลังจากเปิดเรียนได้ 4 ปี ทางอันวาร์ก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ห้องเรียนกีรออาตีจึงจำเป็นต้องหยุดพักไป ทางบาฮารูดิง ลอแม อิหม่ามประจำมัสยิดบ้านกรือซอ เล็งเห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ดี และน่าเสียดายหากไม่ได้สานต่อ จึงชักชวนให้เยาวชนที่เคยเป็นลูกศิษย์ของอันวาร์มาสอนแทน

“ตอนนั้นเราสอนเฉพาะผู้ชายอย่างเดียว มีเด็กประมาณ 80 คน เรียนช่วงหัวค่ำทุกวัน ยกเว้นคืนวันศุกร์ วันละ 3 ชั่วโมง โดยจะอ่านยาซีนกัน ส่วนช่วงรอมฎอนจะเปลี่ยนไปเรียนช่วงตีห้าแทน เรียนวันละ 2 ชั่วโมง พอปี 2551 ก็ขยายมารับเด็กผู้หญิงด้วย เพราะผู้ปกครองหลายคนเรียกร้อง โดยมีครูผู้สอนประมาณ 10 คน เป็นผู้หญิง 3 คน ผู้ชาย 7 คน ทำงานแบบจิตอาสา ไม่มีค่าตอบแทนให้ นอกจากนี้ยังเอาเยาวชนที่ผ่านการอ่านอัลกุรอานทั้งเล่มมาช่วยสอนอีกแรง ประมาณ 10 คน กระจายไปตามกลุ่มต่างๆ” อริฟเล่า

ทุกวันนี้มีเด็กเข้ามาเรียนกีรออาตีที่มัสยิดจำนวน 150 คน เป็นผู้ชาย 120 คน เรียนชั้นบน ส่วนผู้หญิงอีก 30 คนเรียนอยู่ข้างล่าง ส่วนวิธีการเรียนกีรออาตี หลักๆ จะมีการใช้ตำราเรียน 5 เล่ม เรียงลำดับตามความง่ายไปหายาก พอจบเล่มหนึ่งก็จะมีการทดสอบครั้งหนึ่ง โดยวิธีทดสอบจะมี 2 ขั้นตอน ขั้นแรกคือให้นักเรียนอ่านให้พี่เลี้ยงฟังก่อน ขั้นที่ 2 คือเข้ามาอ่านกับครู ถ้าถูกต้อง ก็ขยับไปเรียนเล่มถัดไป

อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นจิตอาสา แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย เช่น ค่าตำราแต่ละเล่ม ซึ่งทุกวันศุกร์จะมีการเรี่ยไรจากผู้ปกครองตามสมัครใจ ส่วนใหญ่จะไม่ปฏิเสธ เพราะคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด คือบุตรหลานของพวกเขานั่นเอง…